ฟิลเลอร์   Filler

ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

          ฟิลเลอร์ (Filler) หรือสารเติมเต็ม คือสาร Hyaluronic Acidหรือ HA เป็นโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่มีอยู่ในร่างกายอย่างผิวหนังและกระดูกอ่อน เมื่อผสมรวมกับน้ำจะขยายตัวอยู่ในรูปของเนื้อเจลซึ่งเป็นสารประกอบของ  คอลลาเจน ที่มีอยู่แล้วในผิวหนังคอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนสำคัญและเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง

          การฉีดฟิลเลอร์   คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อทำให้ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่น หน้าผาก รอบดวงตา ร่องลึกริมฝีปาก ตื้นขึ้น หรือใช้แก้ไขปรับแต่งรูปหน้า เช่น เติมริมฝีปากหรือร่องแก้มให้ดูอวบอิ่มปรับแต่งจมูกให้โด่งขึ้นตลอดจนใช้ฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมากระชับเปล่งปลั่งอีกครั้ง

เบลอหน้าคนไข้1.jpg

 ชนิดของฟิลเลอร์แบ่งตามความคงตัวหลังฉีด   แบ่งได้ 3 ชนิด ดังต่อไปนี้

  1. การฉีดสารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler)    เช่น   สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) สารคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง   ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือแพ้น้อยมาก   เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน   จัดว่ามีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

  2. การฉีดสารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler)    เช่น สาร PMMA  (Polymethyl-methacrylate) สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide)สารเหล่านี้เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้น แต่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จะมีอายุยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว อาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้   มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง   และสารที่ให้ผลยาวนานกว่ามีแนวโน้มจะเกิดผลข้างเคียงมากกว่า

  3. การฉีดสารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler)   เช่น ซิลิโคนเหลว   หรือน้ำมันพาราฟิน จะให้ผลลัพธ์แบบถาวรโดยไม่สามารถสลายออกเองได้  การฉีดสารประเภทนี้ระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้
    อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง มีการอักเสบ หรือถึงขั้นทำให้บริเวณที่ฉีดเปลี่ยนรูปไป จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารชนิดนี้ ฟิลเลอร์แต่ละชนิดเหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

 

       ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในด้านนี้โดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัย   โดยปกติผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน ถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสารฟิลเลอร์ที่ฉีด ความเหมาะสมของชนิดฟิลเลอร์และปัญหาของผิว และการดูแลหลังการฉีดซึ่งผลที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย

หัตถการฟิลเอร์ 15.jpg
หัตถการฟิลเลอร์16.jpg
หัตถการฟิลเลอร์14.jpg

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

 

  • การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย ไม่จำเป็น ต้องพักฟื้น

  • การฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป

  • การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มจุดบกพร่องที่ทำให้ดูสูงวัย เช่น ริ้วรอย   ร่องลึกรอบดวงตา มุมปาก แก้มตอบ หลุมสิว ให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น   ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ในทันทีที่ฉีด แก้ปัญหารอยแผลเป็น   และยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่อได้อีกด้วย

  • การฉีดฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารจากธรรมชาติที่สามารถสลายได้เอง ไม่มีปัญหาตกค้างในร่างกาย และมักไม่ทำให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย

วิธีดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

 

  1. บางรายอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปได้เองภายใน 2 วัน

  2. หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิด เป็นเวลา 2   วันหลังฉีดฟิลเลอร์

  3. งดการนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3-4 ชั่วโมง

  4. งดแต่งหน้า หรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิดหลังการฉีดฟิลเลอร์ 12 ชั่วโมง

  5. งดการออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก

  6. หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่น ทำเลเซอร์ การใช้ไดร์เป่าผม    ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมสลายได้เร็ว   รวมทั้งห้ามถูหน้าแรงๆ ด้วย

  7. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน

  8. ทาครีมกันแดดทุกวัน